Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - dsmol19

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 172
31
กรมการค้าภายในส่งสายตรวจสำรวจราคาหมู-ไข่ไก่ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ มอบหมายให้กรมการค้าภายใน จัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินค้าประเภทเนื้อหมู และไข่ไก่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคนั้น กรมฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจจำนวน 10 ชุด ออกตรวจสอบพื้นที่ 50 เขต ทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นประจำทุกวัน เพื่อติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเนื้อหมู และไข่ไก่ และตรวจสอบผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการต้องปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน

ทั้งนี้ จากการออกตรวจสอบระหว่างวันที่ 14-17 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบตลาดสด 79 แห่ง พบว่าราคาจำหน่ายไข่ไก่อยู่ในระดับที่เหมาะสม และปริมาณสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ส่วนหมูเนื้อแดง พบว่าราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งการบริโภคของประชาชนไม่ได้มีเพิ่มขึ้นไปจากเดิม ทำให้มีสินค้าเพียงพอ

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวอีกว่า รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการแก้ไขปัญหาเรื่องหมูราคาแพง เพื่อเป็นมาตรการเสริมและเป็นทางเลือกช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยให้ดำเนินการโครงการ "พาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน หมูเนื้อแดง" เปิดจุดจำหน่ายหมูเนื้อแดง ราคากิโลกรัมละ 150 บาท ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 684 จุดทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 โดยประชาชนสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ที่เว็บไซต์ กรมการค้าภายใน www.dit.go.th หรือสอบถามสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

"ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบและติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หากพบมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด" นายอาวุธ กล่าว
หากพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

32
SEAC (ซีแอ็ค) กรุยแผนธุรกิจปี 65 กับเป้าหมายอัพสกิล คนไทย 1 ล้านคนใน 3 ปี

ย้ำวิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning ด้วยบทพิสูจน์ความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพคนและองค์กรผ่านการเรียนรู้ และการสร้าง Impact ให้เกิดขึ้นจริงทั้งในระดับสังคมและระดับประเทศ พร้อมเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายอัพสกิลคนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายใน 3 ปี
เร่งปรับสกิล 4 กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ และ 4 กลุ่มคนองค์กร เสริมแกร่งด้วยทักษะจำเป็นและหลักสูตรคุณภาพชั้นนำระดับโลก เพื่อสร้างการทรานฟอร์มสู่ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงานยุคใหม่
วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งในระดับองค์กรและในระดับบุคคล สำหรับภาพรวมทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 65 เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนราว 3.9% ผ่านแรงขับเคลี่อนหลักมาจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศ และการลงทุนกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนไทยและองค์กรไทยเติบโตและไปต่อได้ไกลกว่าเดิม SEAC (ซีแอ็ค) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้กับคนไทยในหลากหลายกลุ่มผ่านการเรียนรู้

ความท้าทายใหม่ที่ยากกว่าเดิม แต่ Empower Lives Through Learning คือ คำตอบ

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (ซีแอ็ค) องค์กรชั้นนำด้านการพัฒนาศักยภาพองค์กร ผู้นำ และคนทุกระดับ กล่าวว่า "ความท้าทายครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา SEAC (ซีแอ็ค) ได้เป็นหนึ่งในองค์กรที่ผลักดันและช่วยเหลือให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กรและคน ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ สู่องค์กรชั้นนำขนาดใหญ่ เพื่อให้คนไทยสามารถเผชิญและก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน ด้วยการสรรหาและสร้างสรรค์หลักสูตร เครื่องมือหรือนวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสร้างผลลัพธ์ได้จริง ตลอดจนผสานการเรียนรู้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เรียกว่า Truly-EdTech เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าไปช่วยพลิกโฉมองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนด้วยหลักสูตรกว่า 200 หลักสูตร ผ่านการยกระดับศักยภาพผู้นำและบุคลากรในองค์กร รวมถึงช่วยอัพสกิลรีสกิลทักษะการสอนให้กับครูอาจารย์กว่า 1,000 คน ตลอดจนร่วมสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนนักศึกษาทุพพลภาพกว่า 30 คนผ่านมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม พร้อมทั้งทำโครงการนำร่อง (Pilot Project) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการจังหวัดสระบุรีกว่า 50 คนผ่านโครงการ Hi-Pro Saraburi 4.0 เป็นต้น

ทั้งนี้ SEAC (ซีแอ็ค) ได้สร้างสรรค์หลักสูตรการเรียนรู้ที่ทันต่อยุคสมัยให้กับคนไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งยังเป็นเพียงองค์กรเดียวในประเทศไทยที่ได้ลิขสิทธิ์นำหลักสูตรชั้นนำจากพาร์ทเนอร์สถาบันการเรียนรู้ชั้นนำระดับโลกเข้ามาสอนอย่างเป็นทางการ อาทิ หลักสูตรวิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น Outward Mindset จาก The Arbinger Institute และ หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development) จาก The Ken Blanchard Companies สำหรับ YourNextU by SEAC ปัจจุบันมียอดสมาชิกกว่า 40,000 ราย และมีกว่า 615 องค์กรที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทรานฟอร์มตนเองและธุรกิจเพื่อก้าวสู่โลกอนาคต ผ่านหลักสูตรการพัฒนาบริหารทีม (E3s Leader Series - Engage Empower Execute) การพัฒนาภาวะผู้นำแบบ Agile Leader และหลักสูตรพัฒนาทักษะอื่นๆ ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็นต่อโลกทำงานปัจจุบันและในอนาคต"

ต่อสู้กับความเชื่อ ที่ว่า "การเรียนรู้เป็นเรื่องน่าเบื่อ"

ด้วยประสบการณ์ของ SEAC (ซีแอ็ค) ที่ศึกษาและติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนไทยมาตลอด 30 ปี ทำให้เข้าใจถึง 5 บริบทส่วนผสมการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดกับคนไทยในยุคนี้ คือ 1) Global Content เนื้อหาคุณภาพและนำไปใช้ได้จริงจากสถาบันชั้นนำระดับโลก 2) Design การออกแบบประสบการณ์และหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้เรียนและองค์กรธุรกิจบนบริบทของสังคมไทย 3) Technology เทคโนโลยีที่ทำให้การมีส่วนร่วมในหลักสูตรเป็นเรื่องง่าย ทำให้ผู้เรียนสนุกอยากเรียนและเรียนได้อย่างต่อเนื่อง 4) Experienced Trainers ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและรู้วิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างมีพลัง 5) Learning Community สังคมแห่งการเรียนรู้ที่คนหลากหลายความเชี่ยวชาญ ต่างอาชีพ ต่างวัยมารวมกลุ่มเรียนรู้จากกันและกัน โดยในปี พ.ศ. 2565 SEAC (ซีแอ็ค) ยังมุ่งมั่นเดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning โดยจะโฟกัสลงไปในทุกๆ ช่วงชีวิต ทุกๆ กลุ่ม และทุกๆ สายอาชีพของคนไทยอย่างหลากหลายมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา

WHO & WHY 4 กลุ่มคนทำงานยุคใหม่ ที่ต้องรีบ "Reskill-Upskill" ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

นางสาวนิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Product Director, YourNextU by SEAC (ซีแอ็ค) กล่าวว่า "ปัจจุบัน รูปแบบการทำธุรกิจและทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วมาก การใช้ชุดความรู้เดิม ใช้แนวทางการทำงานแบบเดิมอาจไม่ได้ผลเหมือนเดิมอีกต่อไป เรามองเห็นช่องว่างและความท้าทายของการพัฒนาชุดทักษะใหม่ๆ ของคนหลายกลุ่มซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่แสวงหาทางเดินและอาชีพที่ใช่ พนักงานที่ต้องการความก้าวหน้าท่ามกลางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เจ้าของกิจการ เพราะทุกชีวิตล้วนอยากให้ตัวเองมีอนาคตที่สดใสมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง คนทำงานยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ๆ เพื่อให้พร้อมเผชิญโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงสูง"

กลุ่มเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ (Young Generation Students) - เสริมชุดทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็กที่ไม่มีสอนในรั้วโรงเรียน เพื่อติดอาวุธให้เด็กไทยเลือดใหม่ (New Generations) มีพื้นฐานทักษะสำคัญและวิธีคิดที่จำเป็น พร้อมรับมือโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดแรงงาน (New Generation Workforce) - การผสมผสานทักษะจำเป็นใหม่ๆ ที่ต่อยอดและสร้างโอกาสให้เด็กให้เป็นคนที่มีศักยภาพสูง (High Performance) เพราะเมื่อเด็กกลุ่มนี้ก้าวเข้าตลาดแรงงานจะช่วยผลักดันองค์กรให้เป็น High Performance Organization เลือดใหม่จะช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ วิธีการทำงานใหม่ๆ ในองค์กร
กลุ่มคนที่กำลังมองหาการเติบโตในสายอาชีพที่มั่นคง (Career Transitioning Employees) - SEAC (ซีแอ็ค) ได้คัดสรรหลักสูตรผ่านการเป็นพันธมิตรกับสถาบันชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิ SimpliLearn ในการออกแบบหลักสูตรที่เหมาะกับโลกการทำงานปัจจุบัน สำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาการเติบโตในอาชีพเดิมหรือต้องการหาอาชีพใหม่ที่มั่นคง
กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (Entrepreneurs & SMEs) - วิกฤตที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความสะบักสะบอมของธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง SEAC (ซีแอ็ค) ต้องการช่วยองค์กร SMEs ทั้งหลายให้ผ่านพ้นวิกฤติเหล่านี้ไปให้ได้ ผ่านหลักสูตรและคอมมูนิตี้สำหรับผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ต่อยอดประสบการณ์ทางธุรกิจระหว่างเจ้าของกิจการด้วยกัน แนวคิดและหลักสูตรการบริหารธุรกิจ รวมถึงเทคนิคการบริหารคนที่สร้างธุรกิจให้เติบโต ที่ย่อยมาแล้วจากต่างประเทศให้ตรงกับบริบทคนไทย
WHO & WHY 4 กลุ่มคนในองค์กรที่ต้องเร่งปรับตัว ผลักดันองค์กรสู่ความสำเร็จ

นายบุญชัย พงศ์รุ่งทรัพย์ Product Director, SEAC (ซีแอ็ค) กล่าวว่า "ต่อจากนี้ องค์กรทุกขนาดกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าการทรานฟอร์มองค์กรแล้ว แต่จะเป็นการทรานฟอร์มในวิธีคิด ทักษะและรูปแบบการทำงานของบุคลากรทุกระดับในองค์กร เพื่อยกระดับความสุขและประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ให้สามารถเดินหน้าสร้างผลลัพธ์แห่งความสำเร็จขององค์กร

เหตุผลที่แต่ละกลุ่มคนในองค์กรต้องปรับเพื่อเปลี่ยนให้ทันความเปลี่ยนแปลง

กลุ่มคนที่มีความสามารถและมีความสำคัญขององค์กร (Talent) - ปกติแล้วนั้นในหนึ่งองค์กรจะมี Talent เพียงแค่ 10 - 15% เท่านั้นที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ส่วนใหญ่ให้กับธุรกิจ ซึ่งหากองค์กรเร่งความเร็วในการพัฒนาทักษะและผลิต Talent จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงได้ทัน และผลักดันธุรกิจไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลก
กลุ่มผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กร (Changemaker) - จากการผนึกพันธมิตรกับองค์กรชั้นนำของโลกอย่าง J2N Global และทักษะที่ได้ทำการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้จริง วิ่งไปถึงวิธีคิดของคน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ เรื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงองค์กรนั้นจะไม่สามารถสำเร็จได้เลยหากไม่มีผู้ริเริ่ม การที่องค์กรจะสามารถเพิ่มเรื่องนวัตกรรมได้ต้องอาศัยการปรับตัวอย่างรวดเร็วให้ล้อกับกระแสการเปลี่ยนแปลง
ผู้นำทุกระดับขององค์กร (Leaders at all levels) - การหยอดทักษะพัฒนาให้ผู้นำที่มีลูกน้องทุกระดับขององค์กรมีภาวะผู้นำที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่ง SEAC (ซีแอ็ค) ทำอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ผ่านการออกแบบหลักสูตรที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว ที่เราได้เป็นตัวแทนเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ร่วมกับสถาบันระดับโลกอย่าง The Ken Blanchard Companies ที่จะช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดการทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มาก (Do less get more)
ผู้บริหารองค์กรทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน (Executives) - SEAC (ซีแอ็ค) อยากช่วยให้ผู้บริหารและกลไก เศรษฐกิจไทยวิ่งไปข้างหน้าได้ในระดับมหภาค ผ่านหลักสูตรที่ถูกคัดเลือก เลือกสรรและออกแบบที่ทำร่วมกันกับสถาบันชั้นนำระดับโลก อาทิ Michigan's Ross School of Business, Stanford Center for Professional Development และ IMD เป็นต้น
"SEAC (ซีแอ็ค) ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "โอกาส" และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายใน 3 ปีผ่านการเรียนรู้ ให้สามารถเลือกใช้ชีวิตได้ดีขึ้น เดินต่อไปได้ไกลขึ้น มีอนาคตที่สดใสและสมบูรณ์แบบมากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ภายใต้วิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning" นางอริญญา กล่าวสรุป

33
ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมของแคนาดาพุ่งทะลุ 2.8 ล้านราย

สถานีโทรทัศน์ CTV News ของแคนาดารายงานว่า แคนาดาตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 23,586 รายในวันจันทร์ (17 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศปรับตัวขึ้นสู่ 2,801,446 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 30,946 ราย

ทั้งนี้ รัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศ รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,521 รายและเสียชีวิตอีก 22 รายในวันเดียวกัน ขณะที่ รัฐควิเบก ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของแคนาดา ยืนยันผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,400 รายและเสียชีวิตเพิ่ม 54 ราย

เด็กและวัยรุ่นอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนพุ่งขึ้นแบบต่อเนื่องทั่วประเทศ โรงพยาบาลหลายแห่งเผชิญการพุ่งขึ้นของจำนวนผู้ป่วยวัยเยาว์ที่ติดเชื้อไวรัสโอมิครอน

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ นักเรียนนักศึกษาหลายล้านคนของแคนาดาเริ่มไปโรงเรียนอีกครั้งในวันจันทร์ ขณะที่ รัฐ 4 รัฐในแคนาดา ได้แก่ ออนแทรีโอ, ควิเบก, แมนิโทบา และโนวาสโกเชีย พยายามรักษาห้องเรียนให้ปลอดภัยจากความเสี่ยงของโควิด-19 และการขาดแคลนเจ้าหน้าที่เพราะไวรัสโอมิครอน

การเร่งตรวจหาเชื้อด้วยวิธีแอนติเจนและยกระดับคุณภาพอากาศในโรงเรียนถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่รัฐบาลระดับท้องถิ่นได้ดำเนินการ ก่อนการเปิดชั้นเรียนอีกครั้ง ขณะที่การทำงานบางส่วนยังคงดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ดี เหล่าผู้ปกครองและสหภาพครูได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลว่า ความพยายามเหล่านี้อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ชั้นเรียนปลอดภัยและรับประกันการเรียนการสอนในโรงเรียน

ขณะนี้ รัฐบาลแคนาดาพยายามเร่งหาหนทางรับมือกับโควิด-19 โดยเมื่อวันจันทร์ แคนาดาได้อนุมัติการใช้งานยาแพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ซึ่งเป็นยารักษาโรคโควิด-19 ชนิดเม็ดสำหรับรับประทานของบริษัทไฟเซอร์ เพื่อใช้รักษาบุคคลอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ป่วยเล็กน้อยถึงปานกลางจากโควิด-19

34
เปิดร้านอุปกรณ์กีฬา
https://bit.ly/3tlgg3N
www.ขายส่งอุปกรณ์กีฬา.com

35
บริจาคอุปกรณ์กีฬา




41
สั่งซื้อยาแคปซูล โสมปู่เซิน โทร.0894028986

45
'เจเอเอส แอสเซ็ท' รับกระแส Aged Society เปิดตัว 'SENERA SENIOR WELLNESS' ในงาน InterCare Asia 2021

นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพื้นที่เช่าและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวธุรกิจบริการด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ภายใต้แบรนด์ SENERA SENIOR WELLNESS ในงาน InterCare Asia 2021 งานแสดงสินค้านวัตกรรมสำหรับผู้ใส่ใจในสุขภาพและความเป็นอยู่สำหรับผู้สูงอายุและวัยเกษียณ ครอบคลุมทั้งระดับผู้บริโภคและระดับธุรกิจ โดยเจาะกลุ่มผู้สูงอายุทั้งแนวคิด สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความเป็นอยู่ พร้อมขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ 'บ้านที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้สูงวัยยุคใหม่' ร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์ ณ ไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆ นี้

นับเป็นการฉายภาพที่ชัดเจนของ เจเอเอส แอสเซ็ท ในการเดินหน้าโปรเจกต์ใหม่เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ตามเมกะเทรนด์ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และเป็นโอกาสของธุรกิจที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยมีดีมานด์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผนึกกำลังกับบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร สนับสนุนให้ SENERA SENIOR WELLNESS ครบวงจร ครอบคลุมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับและแบบพักฟื้น อีกทั้ง ยังคำนึงถึงการนำเทคโนโลยี อาทิ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มต่างๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงวัยอีกด้วย

SENERA SENIOR WELLNESS สาขาแรก ตั้งอยู่บริเวณศูนย์การค้าชุมชน 'JAS GREEN VILLAGE - KUBON' บนถนนคู้บอน ย่านรามอินทรา ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง และกำหนดเปิดให้บริการปลายปี 65

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 172